ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท?

ในยุคนี้ใครก็อยากมีรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการตามกระแส หรือความจำเป็นในการใช้งานก็แล้วแต่ แต่ทุกๆ คนที่มีรถย่อมจะต้องรู้จักกับคำว่ามือใหม่หัดขับกันทั้งนั้น เพราะหากไม่ผ่านมือใหม่ก็คงเป็นมือเก่าไม่ได้ ซึ่งวันนี้”มาสิ”ก็นำเรื่องที่มือใหม่หัดขับทั้งหลายชอบสงสัยกัน นั้นก็คือ มือใหม่หัดขับควร ซื้อประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี? เพื่อที่มือใหม่ทั้งหลายจะได้เข้าใจในเรื่องประกันภัยกัน ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย
มือใหม่หัดขับ ซื้อประกัน แบบไหนดี?

ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท?

หลังจากรู้แล้วว่ารถเราเป็นรถใหม่หรือรถเก่า ก็มาถึงขั้นต่อไปที่ต้องรู้ประเภทของประกันภัยรถยนต์ ว่ามีกี่ประเภท โดยประกันภัยรถยนต์แบ่งๆ ได้ 2 หมวดดังนี้
1. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.

ประกันภัยที่กฏหมายบังคับให้ทำ ถ้าไม่ทำถือว่าผิดกฏหมายและไม่สามารถเสียภาษรถประจำปีได้อีกด้วย

ประกันภัยส่วนนี้จะคุ้มครองในส่วนค่ารักษาพยาบาลของ “คน” แต่จะไม่คุ้มครองในส่วนของค่าซ่อมแซมรถ
2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

คือประกันภัยที่เราสมัครใจทำเอง กฏหมายไม่บังคับ ไม่ทำก็ไม่ผิดกฏหมาย หากทำไว้กรณีเกิดอุบัติเหตุก็จะคุ้มครองทั้งรถและคน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่เราทำ

ส่วนประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีอยู่ 5 ประเภท โดยแต่ละประเภทก็จะมีความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

ประเภท 1 (ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1) (รถต้องมีอายุไม่เกิน 7 ปี)

ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี ทั้งการชนแบบมีและไม่มีคู่กรณี, ค่าความเสียหายของคู่กรณี, รถหาย/ถูกโจรกรรม, ภัยธรรมชาติ/น้ำท่วม หรือแม้แต่กระจกแตก

ประเภท 2+ (ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+)

ให้ความคุ้มครองรถยนต์ในกรณีการชนที่มีคู่กรณีเป็นรถหรือเรียกว่า “รถชนรถ” เท่านั้น , ค่าความเสียหายของคู่กรณี, รถหาย/ถูกโจรกรรม และภัยธรรมชาติ/น้ำท่วม

ประเภท 3+ (ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+)

ให้ความคุ้มครองรถยนต์ในกรณีการชนที่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์หรือเรียกว่า “รถชนรถ” เท่านั้น , ค่าความเสียหายของคู่กรณี

ประเภท 2 (ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2)

ให้ความคุ้มครองรับผิดชอบค่าความเสียหายของคู่กรณี และรถหาย/ถูกโจรกรรม

ประเภท 3 (ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3)

ให้ความคุ้มครองรับผิดชอบค่าความเสียหายของคู่กรณีเท่านั้น
รถของมือใหม่หัดขับควรมีประกันคุ้มครองความเสียหายอะไรบ้าง?

ประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.
ตามกฏหมายบังคับให้มีเพื่อไว้คุ้มครองผู้บาดเจ็บในกรณีเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์
ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันที่เราสมัครใจซื้อเอง
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แนะนำสำหรับรถใหม่ เพราะคุ้มครองทุกกรณี (กรณีรถอายุไม่เกิน 7 ปี หากเกินกว่านี้ให้ไปซื้อประกันชั้น 2+ แทน)
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ แนะนำสำหรับรถเก่า เพราะคุ้มครองเกือบทุกกรณี ใกล้เคียงประกันชั้น 1

หากเราเป็นมือใหม่หัดขับก็ทำประกันไว้เถอะครับ มีไว้ดีกว่าไม่มีเพราะเวลาเกิดเหตุขึ้นมาทีจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง เข้าข่าย “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” นั้นเอง มือใหม่อย่างไรก็ต้องมีบทเรียนการชนครับ เพราะด้วยความที่การขับรถให้เก่งและปลอดภัยก็ต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควร

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 คุ้มครองครบ แต่ไม่ได้คุ้มครองทุกอย่าง

อย่างที่เราอธิบายตั้งแต่แรกว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ช่วยดูแลกรณีรถชน ซ่อมทั้งเค้าทั้งเรา รถหาย รถไฟไหม้ รถน้ำท่วมก็ดูแลหมด แต่ต้องรู้ว่าประกันชั้น 1 นั้นไม่คุ้มครองบางกรณีอยู่เหมือนกัน เช่น

กรณีที่ผู้ขับขี่ขับรถตอนมึนเมา มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ประกันมีิสิทธิปฏิเสธไม่จ่ายค่าคุ้มครอง
นอกจากนี้ประกันชั้น 1 ยังไม่คุ้มครองการขับรถเพื่อแข่ง เพราะเป็นการใช้รถผิดประเภท และขับรถเร็วเกินกำหนดกฎหมาย หรือการแต่งรถแบบรถแข่งหากเกิดเหตุประกันก็ไม่คุ้มครองนะ
การใช้ลากรถเราจูงหรือผลักดันจนเกิดความเสียหายก็อยู่ในข้อยกเว้นเช่นกัน
อายุรถยนต์ที่เหมาะกับประกันรถชั้น 1

แน่นอนว่า การรถใหม่ป้ายแดงย่อมได้รับประกันชั้น 1 ติดรถมาอยู่แล้วไม่ว่าจะจากโปรโมชันแถม หรือส่วนลดอื่น ๆ และนอกจากรถใหม่แล้วรถยนต์อะไรละ ? ที่จะสามารถต่อประกันชั้น 1 คำตอบคือ รถยนต์ทุกคันที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี หรือรถยนต์ที่มีอายุ 15 ปีที่มีการต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 มาตลอดต่อเนื่องกับบริษัทประกันเจ้าเดิมก็สามารถซื้อประกันชั้น 1 ได้เช่นกันครับ

“ประกันชั้น 1 ดูแลทุกอุบัติเหตุที่เกิดจากรถชนรถ ประกันชั้น 1 ก็คุ้มครองทั้งเขาทั้งเรา มั่นใจได้ว่าปลอดภัยทุกการขับขี่”

อยากลดเบี้ยประกันชั้น 1 ต้องทำไง ?

สนใจซื้อประกันชั้น 1 แต่ด้วยความที่เบี้ยค่อนข้างสูง frank ขอแนะนำวิธีการลดเบี้ยประกันรถชั้น 1 ดังนี้ ส่วนลดประวัติดี ขับรถปลอดภัยไร้ประวัติเสียในการขับขี่จะได้ส่วนลดตรงนี้ประมาณ 5-20% ตามด้วยการทำประกันแบบระบุค่าเสียหายส่วนแรก หรือค่า Deductible ซึ่งเป็นเงินที่เราต้องจ่าย หากเกิดการเคลม สามารถระบุได้สูงสุด 5,000 บาท

ยกตัวอย่าง : เบี้ยประกันรถ 25,000 บาท ระบุค่า Deductible เท่ากับ 5,000 บาท ค่าเบี้ยจะเหลือที่ 20,000 บาท หากเกิดเหตุเคลมเราต้องจ่ายเงิน 5,000 บาท เพื่อจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นสัญญาที่เราตกลงไว้กับประกันแล้ว เพื่อแลกกับส่วนลดล่ะ
เกณฑ์การเลือกประกันรถออนไลน์ให้คุ้ม ?

ยุคสมัย 4.0 ที่มีเหล่าโบรกเกอร์ออนไลน์ขายประกันรถออนไลน์เพียบ ! หลายสิบเจ้าในเมืองไทย อาจจะเลือกไม่ถูกเลยว่า จะซื้อประกันกับใคร สำหรับเกณฑ์การเลือกประกันรถขอแนะนำให้คุณมองหา
โบรกเกอร์ที่ให้ความดูแลคุณ เช่น การดูแลหากเกิดเหตุฉุกเฉินอย่าง ประกันชั้น 1 ที่ดูแลคุณทันทีหากรถยนต์ประสบอุบัติเหตุไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เราก็จะมอบคูปองนั่งรถฟรี Grab มูลค่า 2,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อซื้อประกันชั้น 1 กับ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ แสดงใบอนุญาตตัวแทนนายหน้าประกันวินาศภัยให้เห็นชัดเจน
มีข้อมูลครบ ไม่หมกเม็ด และมีบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม
มีสิทธิพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม