เพื่อดูแลสุขภาพหรือเพื่อลดน้ำหนัก “ลู่วิ่งไฟฟ้า” จัดว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

ลู่วิ่งไฟฟ้า หรือ เครื่องวิ่งไฟฟ้า เป็นเครื่องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เลือกใช้ออกกำลังกายเป็นอันดับต้น เนื่องจากสามารถใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป หรือนักวิ่งมือใหม่ไปจนถึงนักวิ่งมืออาชีพ เป็นเครื่องออกกำลังกายที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การเดินเร็ว หรือการวิ่ง ที่สามารถปรับเปลี่ยนระดับความเร็วได้ตามความต้องการ หากคุณกำลังมองหาเครื่องออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพหรือเพื่อลดน้ำหนัก “ลู่วิ่งไฟฟ้า” จัดว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากที่สุด

ในปัจจุบันมีลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำวางจำหน่ายให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลู่วิ่งไฟฟ้า horizon, johnson, sole, tv direct, tempo, 360 องศาฟิตเนส ฯลฯ โดยแต่ละยี่ห้อก็มีความโดดเด่นเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าให้เหมาะสมและคุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุด จำเป็นต้องพิจารณาจากพฤติกรรมและลักษณะการใช้งานของผู้ใช้เป็นหลัก

การเลือกลู่วิ่งไฟฟ้า
การเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในบ้าน เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การมีลู่วิ่งไฟฟ้าไว้สำหรับออกกำลังกายภายในบ้าน สามารถช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง หลีกเลี่ยงสภาพอากาศหรือสภาพการจารจรในการเดินทางไปฟิตเนส และสามารถออกกำลังกายเมื่อไหร่ก็ได้ตามความต้องการ โดยเทคนิคในการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานมีดังต่อไปนี้ …

ยี่ห้อและตัวแทนจำหน่าย
ยี่ห้อและตัวแทนจำหน่าย เป็นสิ่งแรกที่ควรพิจารณาในการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้า คือ เรื่องของยี่ห้อและตัวแทนจำหน่าย ซึ่งคุณอาจจะซื้อจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง หรือ อาจจะซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่มีชื่อเสียงที่คุณสามารถมั่นใจได้ว่าหากเราเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้ามาใช้งานแล้ว จะมีบริการหลังการขายดูแล คอยซัพพอร์ทเรื่องของการใช้งาน รวมถึงการส่งเครื่องซ่อมแซมแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปแล้วลู่วิ่งไฟฟ้าจะมีการรับประกันคุณภาพอยู่ที่ประมาณ 5 ปี (ควรอ่านรายละเอียดเรื่องการรับประกันหรือสอบถามพนักงานเกี่ยวกับการรับประกันก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ)

กำลังมอเตอร์และความเร็วลู่วิ่งไฟฟ้า
กำลังมอเตอร์เป็นอีกสิ่งที่ต้องพิจารณาประกอบในการเลือกซื้อ โดยกำลังมอเตอร์มาตราฐานของลู่วิ่งไฟฟ้าจะอยู่ที่ 2.5 แรงม้าขึ้นไป ความเร็วเน้นไปที่ 0.8 – 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป แต่การจะเลือกกำลังมอเตอร์สูงหรือต่ำนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน หากใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าเพื่อการเดินหรือเดินเร็ว เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ขนาด 1.5 แรงม้าก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากเน้นเรื่องของการวิ่งแนะนำให้เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีขนาดมอเตอร์แรงกว่า 2.5 แรงม้าขึ้นไป
ลู่วิ่งไฟฟ้าสามารถปรับระดับความเร็วได้ตามความต้องการ ในกรณีคนที่ต้องการใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับการเดินออกกำลังกาย อาจจะเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่สามารถปรับระดับความเร็วได้สูงสุด 16 กม./ชม. ซึ่งเป็นระดับความเร็วที่มากกว่าการเดินปกติของเราเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างจริงจัง ให้เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่และสามารถปรับระดับความเร็วได้สูงสุด 20 กม./ชม. จึงจะเหมาะสมต่อการใช้งาน

ขนาดสายพานลู่วิ่งไฟฟ้า
ขนาดสายพานของลู่วิ่งไฟฟ้า จะต้องพิจารณากันที่ขนาดร่างกายของผู้ใช้ร่วมกับรูปแบบการใช้งาน โดยลู่วิ่งไฟฟ้าขนาดมาตราฐานสายพานจะมีความกว้างอยู่ที่ 50 เซนติเมตร ความยาว 145 – 150 เซนติเมตร และความหนาจะต้องไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ในส่วนของน้ำหนักสูงสุดควรรับได้มากกว่า 120 กิโลกรัมขึ้นไป แต่หากเน้นการเดินเป็นหลักก็สามารถเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กลงมาเพื่อประหยัดงบประมาณ ขนาดความกว้างของสายพานสัก 45 เซนติเมตร ยาวสัก 140 เซนติเมตร และความหนาประมาณ 1.6 มิลลิเมตรก็เพียงพอ

โปรแกรมวิ่งอัตโนมัติ
ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มาพร้อมกับฟังก์ชันอำนวยความสะดวกในการตั้งค่าการวิ่งออกกำลังกายได้ด้วยตัวเอง หรือเลือกเป็นโปรแกรมการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ ที่มีการปรับระดับความเร็วและความชันได้อย่างเหมาะสมกับสไตล์การออกกำลังกายของผู้ใช้งาน โดยระดับความชันเป็นฟังก์ชันเพิ่มระดับความยากในการวิ่ง ดังนั้นหากต้องการใช้งานลู่วิ่งฟฟ้าแบบ Advance แนะนำให้เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่สามารถปรับระดับความชั้นได้สูงกว่า 10% ขึ้นไปจึงจะเหมาะสม สิ่งสำคัญในการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่ไม่ควรมองข้าม คือ เรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน ลู่วิ่งไฟฟ้ามาตราฐานทุกเครื่องจะต้องมีนะบบรักษาความปลอดภัย เพื่อใช้หยุดการทำงานหากเกิดอุบัติเหตุ เช่น วิ่งแล้วเสียจังหวะล้ม ระบบจะต้องตัดการทำงานทันที
นอกจากนี้จะต้องมีระบบรองรับแรงกระแทก เพื่อลดอาการบาดเจ็บตามข้อเข่าข้อเท้าอีกด้วย นอกจากนี้บนหน้าจอแสดงผลจะต้องแสดงค่าต่างๆอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ค่าเฉลี่ยหรือคำแนะนำในการออกกำลังกาย อาทิ ระยะการวิ่ง เวลาในการวิ่ง ปริมาณแคลอรี่ อัตราการเต้นของหัวใจ ความชัน ในบางรุ่นสามารถคำนวณค่า BMI และปรับระดับการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวผู้ใช้งานได้อีกด้วย

วิธีใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างถูกต้อง

อยากจะวิ่งแต่จะออกไปวิ่งข้างนอกก็ไม่ค่อยสะดวก จะใช้ลู่วิ่งก็กลัววิ่งไม่ถูกวิธี งั้นเรามาดูวิธีใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างถูกต้องกันเถอะ

ลู่วิ่งไฟฟ้าออกกำลังกายเป็นเครื่องออกกำลังกายเบื้องต้นที่ใคร ๆ มักจะนึกถึง เพราะความสะดวก และสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ง่าย ๆ เพียงแค่วิ่งตามโปรแกรมเท่านั้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ใช้เจ้าเครื่องออกกำลังกายนี้อย่างผิดวิธี

อย่าชะเง้อคอดูทีวีขณะกำลังวิ่ง

โดยปกติไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือในฟิตเนส ลู่วิ่งส่วนใหญ่ก็มักจะถูกวางเอาไว้อยู่ใกล้ ๆ ทีวี ใช่ไหมล่ะคะ และคงจะมีหลาย ๆ คนที่มักจะชอบชะเง้อคอหรือขยับขาไปเพื่อดูทีวีโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งการที่เราชะเง้อคอหรือขยับเท้าเป็นการทำให้กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายยืดออกในขณะที่กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกำลังขมวดแน่น และนั่นจะเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของเราไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ฉะนั้นถ้าคุณอยากจะดูโทรทัศน์ในขณะวิ่งบนลู่วิ่งไปด้วย ลองขยับเครื่องหรือย้ายมาเล่นเครื่องที่ตรงกับโทรทัศน์จะดีกว่านะคะ จะได้ไมต้องชะเง้อจนเมื่อยไงล่ะ

อย่าให้ความสนใจกับอย่างอื่นมากจนเกินไป

เมื่อเราออกกำลังกาย สิ่งที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษควรจะเป็นการออกกำลังกาย แต่ก็มีหลาย ๆ คนที่มักจะให้ความสนใจกับนิตยสารหรือสมาร์ทโฟนที่หยิบติดมือมาด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นนอกจากจะไม่มีประโยชน์กับการออกกำลังกายแล้ว ยังส่งผลทำให้คุณออกกำลังกายได้ไม่เต็มที่อีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากจะวิ่งบนลู่วิ่งละก็คงต้องวางของพวกนั้นลงแล้วล่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ไงล่ะ

อย่าวิ่งด้วยโปรแกรมเดิม ๆ ซ้ำ ๆ

หลาย ๆ คน ที่ออกกำลังกายด้วยลู่วิ่งมักจะออกกำลังกายด้วยโปรแกรมเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการออกกำลังกาย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยทำให้การออกกำลังกายเห็นผลมากนัก เพราะร่างกายเคยชินกับการออกกำลังกายแบบเดิม ๆ ไปแล้ว ดังนั้นถ้าหากคุณอยากจะออกกำลังกายอย่างได้ผล ลองปรับเปลี่ยนโปรแกรมในการวิ่งบ่อย ๆ เพื่อท้าทายร่างกายตัวเอง ซึ่งนั่นจะทำให้การออกกำลังกายเห็นผลมากขึ้นค่ะ

อบอุ่นร่างกายก่อนทุกครั้ง

หลายคนเมื่อจะออกกำลังกายด้วยการใช้ลู่วิ่งก็รีบกระโดดขึ้นเครื่องเล่นและเริ่มวิ่งในทันที ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว ทุกครั้งไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายอย่างไรก็ควรจะอบอุ่นร่างกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อก่อนอยู่เสมอ เพราะการอบอุ่นร่างกายนั้นจะช่วยลดอาการบาดเจ็บที่จะเกิดจากการออกกำลังกายได้ ซึ่งถึงแม้คุณจะใช้ลู่วิ่งแต่ถ้าไม่อบอุ่นร่างกายก่อน โอกาสบาดเจ็บก็มีสูงเหมือนเดิมล่ะค่ะ

หลีกเลี่ยงการจับราวจับของลู่วิ่ง

ไม่ใช่เพราะมันอาจจะไม่สะอาดหรอกนะคะ แต่การที่คุณจับราวของเครื่องลู่วิ่ง จะทำให้จังหวะการวิ่งของคุณเสียไป ทำให้วิ่งได้ไม่เต็มที่และไม่เป็นธรรมชาติ รวมถึงอาจส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการบาดเจ็บได้ ฉะนั้น อย่าไปสนใจที่จับหรือราวจับของลู่วิ่งเด็ดขาด เพราะมันไม่ได้สร้างเอาไว้ให้คุณจับเวลาวิ่งค่ะ

ไม่ตั้งลู่วิ่งให้ชันมากจนเกินไป

การออกกำลังกายที่ดีไม่ใช่การสร้างเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงมาก ๆ แต่เป็นการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อที่ใช้เป็นประจำทุกวัน ซึ่งการตั้งลู่วิ่งให้สูงมากเกินไปก็จะทำให้คุณจะต้องใช้แรงในการวิ่งมากขึ้น เนื่องจากระดับลู่วิ่งที่ชัน และถ้าหากคุณปรับระดับการวิ่งให้เร็วมากเกินไปก็อาจจะทำให้การออกกำลังกายหนักจนเกินพอดีค่ะ

อย่าเชื่อตัวเลขที่อยู่บนหน้าจอ

ในขณะที่คุณกำลังใช้ลู่วิ่งเพื่อเบิร์นไขมันในร่างกายอยู่นั้น ตัวเลขที่อยู่บนหน้าจออาจจะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณสามารถเบิร์นไขมันเยอะและแต่อยากจะขอบอกเลย อย่าไปเชื้อตัวเลขที่อยู่บนเครื่องเลยค่ะ เพราะตัวเลขที่อยู่บนเครื่องเหล่านั้นที่จริงแล้วมันเป็นแค่เพียงการคำนวณโดยคร่าว ๆ เท่านั้น ซึ่งนั่นก็แปลว่าสิ่งที่คุณเห็นกับปริมาณแคลอรีที่คุณเบิร์นออกไปได้นั้นอาจจะไม่ใกล้เคียงกันเลย โดยมีการศึกษาหนึ่งพบว่า ค่าเฉลี่ยที่แสดงอยู่บนเครื่องนั้นมักจะมากกว่าความเป็นจริงอยู่เสมอ ฉะนั้น อย่าเชื่อถืออะไรกับเจ้าตัวเลขเหล่านั้นมากเลยจะดีกว่า

คุณปรับความเร็วมากเกินไป

หลายคนมักจะคิดว่าการปรับความเร็วในการวิ่งให้เร็วขึ้นนั้น จะช่วยทำให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะการปรับความเร็วของลู่วิ่งให้เร็วขึ้นนั้นก็นำมาสู่การบาดเจ็บได้ ซึ่งถ้ามันเร็วจนคุณไม่สามารถผ่อนความเร็วในการวิ่งได้ เมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยและวิ่งตามไม่ทันก็อาจจะทำให้คุณตกจากเครื่องและบาดเจ็บ ดังนั้นปรับความเร็วในการวิ่งให้เหมาะสมกับตัวเองจะดีกว่านะคะ

การใช้ลู่วิ่งเป็นวิธีการออกกำลังกายที่สะดวกก็จริง แต่ก็อย่าลืมนะคะว่าไม่ว่าอย่างไร การออกกำลังกายนอกบ้านก็ให้ผลประโยชน์ที่ดีกว่า นอกจากจะทำให้เราได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่มากขึ้นแล้ว ก็ยังช่วยทำให้เราผ่อนคลายและได้พบปะกับผู้คนอีกด้วย ยังไงก็ควรไปวิ่งนอกบ้านสลับกับการใช้ลู่วิ่งนะคะ